13. ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ (2) : การคุมกำเนิดและเทคโนโลยีช่วยให้มีบุตร

13.1  การคุมกำเนิด
          สามีภรรยาบางคู่ยังไม่พร้อมมีบุตร  ส่วนสามีภรรยาบางคู่มีบุตรเพียงพอกับความต้องการแล้ว
จึงต้องมีการคุมกำเนิดเพื่อไม่ให้
มีบุตรอีก ซึ่งการคุมกำเนิด  เป็นวิธีการที่ป้องกันไม่ให้เกิดการ
ตั้งครรภ์ขึ้น  การคุมกำเนิดมีหลายวิธี  ดังนี้
          1)  วิธีธรรมชาติ  วิธีหนึ่งคือการมีเพศสัมพันธ์เฉพาะในช่วงเวลาของรอบเดือนที่เซลล์ไข่
และเซลล์อสุจิไม่มีโอกาสปฏิสนธิ คือระยะเวลา 7 วัน ก่อนมีประจำเดือน และนับจากวันแรกที่มี
ประจำเดือนไปอีก 7 วัน
           2)  การคุมกำเนิดโดยใช้อุปกรณ์  เพศชายใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์อสุจิ
เข้าไปในช่องคลอด  อีกทั้งยังเป็นการป้องกันโรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์  เช่น  โรคหนองใน
โรคซิฟิลิส  และโรคเอดส์  ซึ่งเป็นโรคที่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต  ส่วนในเพศหญิงใช้ห่วงคุมกำเนิด
ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ใส่เข้าไปในมดลูก  เป็นการป้องกันไม่ให้เอ็มบริโอไปฝังตัวที่ผนังมดลูก
          3)  การคุมกำเนิดโดยใช้สารเคมี เช่น ยาคุมกำเนิด โดยการรับประทาน ฉีดหรือ
ฝังใต้ผิวหนัง  ยาคุมกำเนิดนี้มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศหญิง ที่จะยับยั้งไม่ให้มีการตกไข่
หรือทำให้สภาพของผนังมดลูกไม่เหมาะสมสำหรับการฝังตัวของเอ็มบริโอ
          4)  การผ่าตัดทำหมัน  เป็นการคุมกำเนิดที่ได้ผลดีที่สุด  ในเพศชายแพทย์จะทำโดย
ผูกและตัดหลอดนำอสุจิให้แยกจากกันเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์อสุจิเข้าไปผสมกับเซลล์ไข่
สำหรับการทำหมันในเพศหญิง แพทย์จะผูกและตัดท่อนำไข่ แต่ละข้างเพื่อป้องกันไม่ให้
เซลล์ไข่เคลื่อนไปตามท่อนำไข่เซลล์อสุจิ  จึงไม่สามารถผสมกับเซลล์ไข่ได้ ดังภาพที่ 13.1

ภาพที่ 13.1
ก. การผูกและตัดท่อนำอสุจิในการทำหมันชาย
ข. การผูกและตัดท่อนำไข่ในการทำหมันหญิง
ที่มาภาพ : หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม. 2 หน้า 52

13.2   เทคโนโลยีที่ช่วยให้มีบุตร
           สามีภรรยาบางคู่ประสบปัญหาการมีบุตรยาก จึงต้องใช้ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์

การแพทย์ช่วยให้มีบุตร ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์หลายอย่างที่ช่วยแก้ปัญหาการ
มีบุตรยาก ได้แก่
            1)  การทำกิฟท์ ( GIFT , Gamete  Intra – FaIIopian Transfer ) คือ การนำเอาไข่
และตัวอสุจิไปใส่ไว้ที่ท่อนำไข่เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิหรือรวมตัวกันตามธรรมชาติ หลังจากนั้นหากไข่
และอสุจิสามารถปฏิสนธิกันได้ก็จะมีการเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนและเดินทางมาฝังตัวในโพรงมดลูก
และเกิดเป็นการตั้งครรภ์ในที่สุด  ดังภาพที่ 13.2

ภาพที่ 13.2 การทำกิฟท์
ที่มาภาพ : http://www.jetanin.com/th/service/archive_detail/2

          2) การปฏิสนธิในหลอดแก้ว (IVF, in vitro fertilization)  เป็นเทคโนโลยีที่ช่วย
แก้ปัญหาการมีบุตรยากในกรณีที่การปฏิสนธิภายในท่อนำไข่เกิดขึ้นได้ยาก เช่น กรณีท่อนำไข่ตีบตัน
ทำให้เซลล์อสุจิไม่สามารถเข้าผสมกับเซลล์ไข่ได้   จึงต้องนำเซลล์ไข่และเซลล์อสุจิออกมาผสมกัน
ภายในหลอดทดลอง โดยการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นให้ไข่สุกและเกิดการตกไข่ แล้วดูดเซลล์ไข่ออกมา
นำไปผสมกับเซลล์อสุจิในจานแก้วหรือหลอดทดลอง ที่มีอาหารที่เหมาะสมต่อการเจริญของเอ็มบริโอ
จนได้เอ็มบริโอระยะ 4-8 เซลล์  จึงนำเอ็มบริโอใส่กลับเข้าไปในมดลูก เพื่อฝังตัวและเจริญเติบโตต่อไป
ดังภาพที่  13.3

ภาพที่ 13.3 การทำเด็กหลอดแก้ว
ที่มาภาพ : https://lifeivfcenter.com/ivf-treatments/

          3)  การทำซิฟท์ (ZIFT, zygote intrafallopian-tube transfer) คือ การรักษาภาวะ
มีบุตรยากในคู่สมรสที่ไข่และอสุจิไม่สามารถพบกันเองได้ตามธรรมชาติ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก
ท่อนำไข่ทำงานผิดปกติ  มีภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่   ฝ่ายชายมีจำนวนตัวอสุจิน้อยกว่าปกติ
เป็นวิธีการที่ผสมผสานระหว่างการปฏิสนธิภายในหลอดแก้วและกิฟท์ โดยนำเซลล์ไข่และ
เซลล์อสุจิมาผสมกันภายนอกร่างกายได้เป็นไซโกต จากนั้นจึงนำไซโกตใส่คืนเข้าสู่ท่อนำไข่
ซึ่งไซโกต จะมีการแบ่งตัวและเจริญเป็นตัวอ่อนในท่อนำไข่และเคลื่อนที่ไปฝังตัวที่มดลูกต่อไป
ดังภาพที่ 13.4

ภาพที่ 13.4 การทำซิฟท์
ที่มาภาพ : http://www.jetanin.com/th/service/archive_detail/22

          4) อิ๊กซี่ (ICSI, intracytoplasmic sperm injection) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้แก้ปัญหา
ภาวะมีบุตรยากที่มีสาเหตุจากผู้ชาย เช่น กรณีจำนวนอสุจิน้อย การเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ดี
รูปร่างของอสุจิผิดปกติ เป็นต้น ส่งผลให้การรวมระหว่างเซลล์ไข่และเซลล์อสุจิเกิดขึ้นยาก
ขั้นตอนของอิ๊กซี่คล้ายกับการปฏิสนธิภายในหลอดแก้ว ต่างกันตรงที่การปฏิสนธิในหลอดแก้วนั้น
การรวมระหว่างเซลล์อสุจิและเซลล์ไข่เกิดขึ้นเอง ส่วนอิ๊กซี่นั้นเป็นการฉีดเซลล์อสุจิเข้าไป
ในไซโทพลาซึมของเซลล์ไข่โดยตรง  จากนั้นจึงนำตัวอ่อนเข้าสู่มดลูกเพื่อให้เจริญเติบโตต่อไป
ดังภาพที่ 13.5

ภาพที่ 13.5 การทำอิ๊กซี่
ที่มาภาพ : http://www.sfc.co.th/icsi

รวบรวมจาก
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.2554. หนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
วิทยาศาสตร์ 4 . กรุงเทพฯ : องค์การค้าของ สกสค.
ศรีลักษณ์  ผลวัฒนะ เจียมจิต กุลมาลา . 2559. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ม .2 . กรุงเทพฯ :
บริษัทแมกแอ็ดดูเคชั่น จำกัด.
http://www.jetanin.com/th/service/technology_detail/ สืบค้นเมื่อ 15 พ.ค. 60
http://119.46.166.126/self_all/selfaccess8/m2/559/lesson1/web/lesson2_6.php
สืบค้นเมื่อ 15 พ.ค. 60

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s